- อัตราชนะ
- 62.7%
- แมตช์
- 59
- KDA
- 1.55
Fade vs Deadlock แมตช์อัป
- แพตช์
- 13.06
- แมตช์
- 845,270
- ภูมิภาค
- ทุกภูมิภาค
- แรงก์
- ทุกแรงก์
- แพลตฟอร์ม
- ทุกแพลตฟอร์ม
- โหมด
- Competitive
- อัปเดตล่าสุด
- 6 ต.ค. 2026 UTC
- วิธีการคำนวณ
- วิธีการจัดทำข้อมูล
- ผู้เขียน
- Dakota Chinnick
สรุปแมตช์อัป Fade vs Deadlock: Fade ครองเกมด้วยอัตราชนะ 62.7% จาก 59 แมตช์ ฟรัคเหนือกว่า (KDA 1.55) ทำให้ Fade ได้เปรียบชัดเจน ดูสถิติฝั่งรุก/รับและการวิเคราะห์การต่อสู้
สรุปแมตช์อัปของ Fade
เลือกเอเจนต์ฝ่ายตรงข้ามเพื่อดูสถิติการเจอกันแบบละเอียด เปรียบเทียบผลงานของ Fade ทั้งอัตราชนะ KDA ดาเมจ เปอร์เซ็นต์เฮดชอต และประสิทธิภาพฝั่งบุก/ฝั่งรับ ทั้งหมดอิงจากข้อมูลแมตช์แรงก์จริงของ Valorant
ใครชนะแมตช์อัป Fade vs Deadlock
รายละเอียดผลงาน Fade vs Deadlock
ในแมตช์อัพ Fade vs Deadlock Fade เหนือกว่าครบทั้งสี่หมวดผลงานหลัก จากการวิเคราะห์ 59 แมตช์ Fade เหนือกว่า Deadlock ทั้งประสิทธิภาพการทำคิล ดาเมจ และอัตราชนะทั้งฝั่งบุกและฝั่งรับ ความได้เปรียบรอบด้านนี้ทำให้ Fade เป็นตัวเลือกที่ได้เปรียบทางสถิติเมื่อเจอ Deadlock ในแมตช์แรงก์ของ Valorant
สรุปแมตช์อัป Fade vs Deadlock
แมตช์อัป Fade vs Deadlock ใน Valorant คือแมตช์อัพที่เอเจนต์ฝ่ายหนึ่งเหนือกว่าอย่างมาก จากการวิเคราะห์แมตช์แข่งขัน 59 แมตช์ Fade ชนะ 62.7% เทียบกับ 37.3% ของ Deadlock ต่างกัน 25.4 จุด ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ความสามารถในการเก็บคิล ซึ่ง Fade เหนือกว่าอย่างสม่ำเสมอ ในแมตช์อัป Initiator vs Sentinel นี้ Fade เหนือกว่าอย่างท่วมท้นในแมตช์อัพเอเจนต์คู่นี้ Deadlock ไม่ควรสู้ตัวต่อตัวกับ Fade และต้องพึ่งการประสานงานของทีม ยูทิลิตี้ และครอสไฟร์ทั้งหมดเพื่อสู้ให้ได้ผล
วิเคราะห์การทำคิล Fade vs Deadlock
ในแมตช์อัป Fade vs Deadlock Fade ชนะ 4 จาก 5 เมตริกด้านการเก็บคิล และมีความเหนือกว่าด้านกลไกอย่างชัดเจน โดยได้เปรียบใน KDA efficiency, kill production, survivability จากการวิเคราะห์เกมแรงก์ 59 เกม พบว่า Fade เหนือกว่า Deadlock อย่างสม่ำเสมอในสถานการณ์ปะทะตรง ๆ แม้ Deadlock จะชนะในด้านตัวชี้วัดที่เหลือ แต่ภาพรวมแล้ว Fade ได้เปรียบในการยิงต่อสู้ ผู้เล่น Deadlock ควรเล่นรอบจุดแข็งเพียงอย่างเดียว และลดการเปิดตัวในจุดที่ Fade ครองความได้เปรียบ
ผลงานฝั่งบุกและฝั่งรับของ Fade vs Deadlock
รายละเอียดฝั่งรุก
Fade เหนือกว่า Deadlock อย่างมากฝั่งบุก ด้วยอัตราชนะราวด์ 51.6% เทียบกับ 43.6% ส่วนต่าง 8.0 พอยต์นี้ชี้ว่า Fade เป็นเอเจนต์สายบุกที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนในการเจอกันครั้งนี้ ด้วยความได้เปรียบที่ Deadlock เอาชนะได้ยากด้วยฝีมือส่วนตัวเพียงอย่างเดียว
จาก 59 แมตช์ที่วิเคราะห์ Fade ครองสถานการณ์ฝั่งบุกผ่านหลายทาง ทั้งอัตราสำเร็จของเอนทรี การปิดราวด์หลังวางสไปก์ และการปรับตัวกลางราวด์ ล้วนเข้าข้าง Fade อย่างมาก ทีม Deadlock ต้องปรับโครงสร้างวิธีบุก เช่น พึ่ง Deadlock ในบทบาททำคิลสำคัญให้น้อยลง ออกแบบเอ็กเซ็กที่ลดการปะทะตรงระหว่าง Deadlock กับ Fade และคิดว่าการจัดทีมจะช่วยอุดจุดอ่อนฝั่งรุกของ Deadlock ได้อย่างไร แค่ "เล่นให้เก่งขึ้น" ไม่พอจะเอาชนะช่องว่าง 8.0%
Deadlock ควรหลีกเลี่ยงบทบาทเปิดเอนทรีเมื่อเจอ Fade ทุกครั้งที่ทำได้ ข้อมูลแสดงชัดเจนว่า Fade ชนะการปะทะครั้งแรกฝั่งบุกในสัดส่วนที่สูงเกินปกติ ผู้เล่น Deadlock ควรอาสาไปเล่นบทบาทซัพพอร์ต เช่น แฟลชให้เพื่อน แลกคิลเอนทรี หรือลัร์กเพื่อสร้างแรงกดดันบนแมพโดยไม่ต้องปะทะ Fade ตรง ๆ หากจำเป็นต้องเอนทรี ให้รอยูทิลิตี้สนับสนุนเต็มที่และแน่ใจว่าจะมีคนแลกคิลแน่นอน Fade สามารถและควรเข้าเอนทรีอย่างก้าวร้าว เพราะรู้ว่าสถิติสนับสนุนการเล่นอย่างมั่นใจ
สถานการณ์หลังวางสไปก์เข้าข้าง Fade อย่างมากในแมตช์อัพนี้ Deadlock เปลี่ยนการวางสไปก์ให้เป็นชัยชนะในราวด์ได้ในอัตราที่ต่ำกว่า ไม่ว่าจะเพราะสกัดดีฟิวส์อ่อนกว่า ทนต่อการรีเทคแย่กว่า หรือยืนตำแหน่งหลังวางสไปก์ได้ผลน้อยกว่า ทีม Deadlock ไม่ควรปล่อย Deadlock ไว้คนเดียวหลังวางสไปก์ ให้มีเพื่อนร่วมทีมอยู่ใกล้ ๆ เสมอเพื่อครอสไฟร์และแลกคิล และลองให้คนอื่นถือสไปก์เมื่อทำได้ ส่วน Fade ควรรู้ว่าตัวเองครองสถานการณ์หลังวางสไปก์ และเล่นเพื่อสไปก์อย่างก้าวร้าวหลังยึดไซต์
รายละเอียดฝั่งรับ
Fade เหนือกว่า Deadlock ในฝั่งรับอย่างมาก โดยชนะราวด์ 56.4% เทียบกับ 48.4% ส่วนต่าง 8.0 จุดนี้บ่งชี้ว่า Fade ทำภารกิจหลักฝั่งรับได้ดีเยี่ยม ทั้งยึดไซต์ เก็บข้อมูล หน่วงเวลาการเอ็กซิคิวต์ และช่วยรีเทค ในระดับที่ Deadlock ทำไม่ได้
Deadlock ไม่ควรยึดไซต์เดี่ยวเมื่อเจอ Fade เด็ดขาด ช่องว่างฝั่งรับ 8.0% ทำให้การยึดไซต์แบบโดดเดี่ยวเสียเปรียบอย่างมากสำหรับ Deadlock ให้จับคู่ Deadlock กับเพื่อนร่วมทีม ให้ตำแหน่งนอกไซต์ที่หมุนเวียนได้เร็ว หรือให้เล่นบทสนับสนุนที่ไม่ต้องยึดไซต์ยาว ๆ ส่วน Fade ควรรับไซต์ที่ยากอย่างจริงจัง เพราะความสามารถฝั่งรับเหนือกว่า Deadlock มาก
พลวัตของการรีเทคเอนเอียงไปทาง Fade อย่างมาก เมื่อ Deadlock ต้องรีเทคใส่ Fade จะสำเร็จได้ต้องมีจำนวนคนเหนือกว่าท่วมท้นและประสานยูทิลิตี้ อย่ารีเทคด้วยจำนวนคนเท่ากัน และห้ามรีเทคเดี่ยวเด็ดขาด ส่วน Fade ควรเล่นตำแหน่งหลังปักสไปค์อย่างมั่นใจ เพราะ Deadlock เคลียร์ได้ไม่ดี ในสถานการณ์คลัตช์ Fade ได้เปรียบเชิงสถิติมากจน Deadlock เอาชนะด้วยฝีมือส่วนตัวอย่างเดียวไม่ได้
การบริหารเศรษฐกิจสำคัญมากสำหรับ Deadlock ในแมตช์อัปนี้ การฟอร์ซบายใส่ Fade เสียเปรียบเชิงคณิตศาสตร์ เพราะช่องว่างฝั่งรับสะสมเมื่อยูทิลิตี้จำกัด Deadlock ควรเสนอให้เซฟเต็ม เพื่อให้ราวด์ฟูลบายมียูทิลิตี้สูงสุดชดเชยข้อเสียเปรียบฝั่งรับ ส่วน Fade ฟอร์ซบายได้อย่างมั่นใจ เพราะชุดสกิลฝั่งรับช่วยชดเชยข้อเสียด้านเศรษฐกิจได้บางส่วน
การวิเคราะห์ฝั่งโดยรวม
Fade แสดงความเหนือกว่าอย่างเด็ดขาดทั้งฝั่งโจมตี (51.6%) และป้องกัน (56.4%) เหนือ Deadlock ในทุกช่วงของเกม จากการวิเคราะห์แมตช์แข่งขัน 59 แมตช์ นี่เป็นหนึ่งในแมตช์อัปเอเจนต์ที่เอนเอียงมากที่สุดใน Valorant โดย Fade ได้เปรียบทุกช่วง
การเลือกแมพและคอมโพสิชันทีมแก้ความเสียเปรียบของ Deadlock ในแมตช์อัปนี้ไม่ได้ Fade ทำผลงานได้ดีกว่าในทุกประเภทแมพและโครงสร้างทีม ถ้าคุณเล่น Deadlock เจอ Fade คอมโพสิชันทีมต้องชดเชยอย่างมาก: เอเจนต์สายเก็บคิลที่แข็งแกร่งมาแบก Deadlock ซัพพอร์ตสายยูทิลิตี้มาคุมตำแหน่งให้ และการประสานงานเพื่อไม่ให้ Deadlock ถูกทิ้งให้เจอ Fade ตามลำพัง
สำหรับการไต่แรงก์ ควรเลี่ยงการเล่น Deadlock เมื่อคาดว่าจะเจอ Fade บ่อย ความเสียเปรียบรวม 16.0 จุดทั้งสองฝั่งมากเกินกว่าจะแก้ได้ด้วยฝีมือส่วนตัวที่ดีขึ้น ถ้า Fade เป็นเมตาในระดับแรงก์ของคุณ ลองพิจารณาเพิ่มเขาเข้าพูลเอเจนต์ หรือเล่นเอเจนต์ที่มีแมตช์อัปเป็นกลางกว่า
คำตัดสินสุดท้าย: Fade ชนะแมตช์อัป Fade vs Deadlock อย่างเด็ดขาด นี่ไม่ใช่การวัดฝีมือหรือเรื่องของ "เล่นให้เก่งขึ้น" แต่ Fade มีความได้เปรียบเชิงระบบที่ปรากฏตลอดหลายพันเกม ผู้เล่น Deadlock ที่เจอ Fade ควรปรับความคาดหวัง เล่นเชิงสนับสนุนมากขึ้น และเข้าใจว่าการปะทะตรง ๆ เสียเปรียบทางสถิติในทุกช่วงของเกม
พลวัต Initiator vs Sentinel
ความสัมพันธ์ระหว่าง Initiator (Fade) กับ Sentinel (Deadlock) สร้างการปะทะที่ไม่สมมาตร โดยแต่ละเอเจนต์นำเครื่องมือที่แตกต่างกันโดยพื้นฐานเข้าสู่การต่อสู้ สกิลแบบ Initiator ของ Fade มีจุดประสงค์ต่างจากชุดสกิลแบบ Sentinel ของ Deadlock ทำให้การปะทะตรง ๆ มักเป็นการแลกยูทิลิตี้ที่ไม่เท่ากัน
การเข้าใจว่าสกิลแบบ Initiator ทำงานร่วมกับการสวนของ Sentinel อย่างไรเป็นสิ่งสำคัญในการดึงศักยภาพเอเจนต์ของคุณออกมาให้สูงสุด ชุดสกิล Initiator ของ Fade อาจโดดเด่นในบางด้าน ขณะที่ชุดสกิล Sentinel ของ Deadlock สวนด้านอื่นได้ ความได้เปรียบของ Fade ชี้ว่าความสามารถของบทบาทนั้นเอาชนะในการปะทะข้ามบทบาทได้ดีกว่าโดยเฉลี่ย
สร้างทีมคอมป์ที่สมบูรณ์แบบ
จัดทั้งสองทีมใน Comp Lab เลือกแมป แล้วดูความสมดุลของบทบาท ความเหมาะสมของแมปของแต่ละเอเจนต์ และความได้เปรียบแมตช์อัป ก่อนเริ่มรอบ ทั้งหมดคำนวณจากแมตช์แข่งขันจริง
- เครื่องมือสร้างคอมป์ 5v5 เต็มรูปแบบ
- ความเหมาะสมของแมปและอัตราชนะของแต่ละเอเจนต์
- ความได้เปรียบแมตช์อัปเมื่อเจอตัวที่ศัตรูเลือก

Fade มีแมตช์อัปที่ได้เปรียบเหนือ 20 Agent และเสียเปรียบต่อ 8 Agent ใน Valorant แมตช์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดของ Fade คือเจอกับ KAY/O อัตราชนะ 88.9% แมตช์อัปที่ท้าทายที่สุดคือ Raze ด้วยอัตราชนะ 45.7% ใช้ตารางด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดแมตช์อัปและตัวชี้วัดผลงาน
คู่ต่อสู้ | อัตราชนะ | แมตช์ | KDA | ดาเมจ/รอบ | HS % | WR โจมตี | WR ป้องกัน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 49.14% | 1,042 | 1.38 | 129.2 | 30.2% | 47.7% | 51.9% | |
| 52.43% | 719 | 1.43 | 131.6 | 30.7% | 48.5% | 53.6% | |
| 53.21% | 592 | 1.43 | 131.2 | 30.4% | 49.3% | 53.0% | |
| 55.26% | 409 | 1.42 | 130.5 | 30.5% | 49.2% | 53.9% | |
| 48.27% | 404 | 1.37 | 128.1 | 31.0% | 48.6% | 51.1% | |
| 50.78% | 386 | 1.37 | 126.7 | 30.5% | 47.5% | 53.1% | |
| 47.16% | 352 | 1.37 | 125.3 | 29.6% | 49.4% | 49.1% | |
| 45.66% | 265 | 1.43 | 130.7 | 31.4% | 47.7% | 50.9% | |
| 48.28% | 174 | 1.42 | 131.2 | 29.2% | 45.2% | 53.4% | |
| 48.98% | 147 | 1.41 | 130.5 | 30.2% | 51.0% | 49.0% | |
| 47.10% | 138 | 1.42 | 128.6 | 30.2% | 48.3% | 53.2% | |
| 52.24% | 134 | 1.43 | 138.1 | 29.9% | 49.1% | 51.4% | |
| 47.76% | 134 | 1.35 | 126.2 | 31.4% | 48.9% | 50.5% | |
| 51.59% | 126 | 1.35 | 125.1 | 28.6% | 49.2% | 49.8% | |
| 52.25% | 111 | 1.35 | 125.8 | 29.6% | 47.3% | 52.3% | |
| 53.47% | 101 | 1.33 | 126.9 | 30.2% | 49.4% | 50.8% | |
| 56.04% | 91 | 1.50 | 136.3 | 31.3% | 50.1% | 54.4% | |
| 52.33% | 86 | 1.38 | 130.1 | 30.8% | 47.8% | 50.7% | |
| 53.73% | 67 | 1.40 | 123.4 | 30.4% | 51.6% | 51.9% | |
| 55.56% | 63 | 1.51 | 141.6 | 29.8% | 48.8% | 55.4% | |
| 62.71% | 59 | 1.55 | 132.1 | 33.6% | 51.6% | 56.4% | |
| 53.57% | 56 | 1.36 | 131.4 | 32.1% | 53.5% | 49.9% | |
| 50.00% | 52 | 1.32 | 124.3 | 29.9% | 45.6% | 54.2% | |
| 52.38% | 21 | 1.45 | 131.1 | 31.7% | 51.6% | 49.8% | |
| 88.89% | 18 | 1.54 | 132.6 | 28.2% | 57.4% | 63.0% | |
| 66.67% | 12 | 1.61 | 135.5 | 27.7% | 50.0% | 61.1% | |
| 77.78% | 9 | 1.44 | 111.8 | 28.5% | 54.0% | 63.7% | |
| 66.67% | 9 | 1.35 | 125.2 | 32.0% | 45.4% | 63.3% |
Help us maintain accuracy! If you notice incorrect stats, missing data, or any issues, your feedback directly improves the quality of our data for the entire community.
Frequently Asked Questions
แมตช์อัปที่ดีที่สุดของ Fade ใน Valorant คืออะไร?
แมตช์อัปที่ดีที่สุดของ Fade คือเจอ KAY/O ด้วยอัตราชนะ 88.9% Fade ทำได้ดีในแมตช์อัปนี้ด้วยความสามารถในการเก็บคิลและการใช้ยูทิลิตี้ที่เสริมกัน
แมตช์อัปที่ยากที่สุดของ Fade คืออะไร?
แมตช์อัปที่ยากที่สุดของ Fade คือเจอ Raze ด้วยอัตราชนะเพียง 45.7% เมื่อเจอคู่ต่อสู้คนนี้ Fade ควรเน้นการประสานงานของทีมและการใช้ยูทิลิตี้เพื่อชดเชย
Fade มีแมตช์อัปที่ได้เปรียบกี่แมตช์?
Fade มีแมตช์อัปที่ได้เปรียบ 20 คน (อัตราชนะ 50%+) และแมตช์อัปที่เสียเปรียบ 8 คนใน Valorant การเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้ช่วยให้เลือก Agent ได้ดีขึ้นและปรับสไตล์การเล่นได้
เล่น Fade อย่างไรในแมตช์อัปที่ยาก?
เมื่อเล่น Fade ในแมตช์อัปที่ยาก ให้เน้นการประสานงานของทีม การใช้ยูทิลิตี้ และครอสไฟร์ หลีกเลี่ยงการดวล 1v1 โดดเดี่ยวกับคู่ต่อสู้ที่เสียเปรียบ และมองหาโอกาสใช้สกิลของ Fade สร้างความได้เปรียบ ปรับตำแหน่งตามว่าคุณอยู่ฝั่งรุกหรือรับ
สถิติอะไรสำคัญที่สุดในแมตช์อัปของ Fade?
สถิติสำคัญที่ควรดูในแมตช์อัปของ Fade ได้แก่ อัตราชนะ อัตรา KDA ความเสียหายเฉลี่ยต่อรอบ และอัตราชนะฝั่งรุก/รับ แมตช์อัปที่ความเสียหายสูงเหมาะกับการเล่นเชิงรุก ส่วนแมตช์อัปที่ KDA ต่ำแนะนำให้เล่นเป็นซัพพอร์ตและพึ่งการเทรดของทีม